วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2567

แชร์แครอท

กรณี “แชร์แครอท” เป็นข่าวเกี่ยวกับกลุ่มพระภิกษุในภาคอีสาน ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยอ้างถึงการทำบุญหรือกิจกรรมทางศาสนาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินคดีแชร์แครอทนั้นยังไม่ชัดเจนเท่าคดีแชร์ลูกโซ่อื่น ๆ แต่มีรายงานว่ามีพระบางรูปถูกกล่าวหาว่าละเมิดพระธรรมวินัย โดยเฉพาะในเรื่องการระดมทุนและการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมกับสมณเพศ เช่น การใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย การเที่ยวเตร่ และการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่เหมาะสมกับศาสนิกชน


กรณีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อสังคมอย่างมาก และมีการรายงานถึงพฤติกรรมของพระที่เกี่ยวข้องว่าอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ในสังคม    

แชร์ Forex3D “นายอภิรักษ์ โกฏธิ”

 

Forex-3D เป็นคดีแชร์ลูกโซ่ขนาดใหญ่ในประเทศไทย โดยบริษัท RMS Familia Co., Ltd. ก่อตั้งโดยนายอภิรักษ์ โกฎธิ ใช้ชื่อ Forex-3D ทำการตลาดโดยอ้างว่ามีความเชี่ยวชาญในการเทรดสกุลเงินต่างประเทศและเสนอบริการลงทุนผ่านเว็บไซต์ โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 10-15% ต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์เชิญชวนให้หาสมาชิกใหม่เข้าร่วมเพื่อรับค่าคอมมิชชั่น ซึ่งเป็นลักษณะของแชร์ลูกโซ่ที่ไม่ได้มีการเทรดจริง เงินที่ได้นำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและสร้างภาพความร่ำรวย ทำให้มีผู้เสียหายกว่า 9,800 คน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 40,000 ล้านบาท


คดีนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลในวงการบันเทิงหลายคน เช่น พิ้งกี้ สาวิกา ดีเจแมน และใบเตย ซึ่งถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ นายอภิรักษ์ถูกจับกุมในปี 2564 พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีการอายัดทรัพย์เพิ่มอีกในปี 2565 และกำลังมีการขยายผลสอบสวนเพื่อชดใช้ความเสียหาย     

นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ก่อตั้งแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ถูกศาลสั่งจำคุกสูงสุด 20 ปี หลังพบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน การฟอกเงิน และการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยเขาได้หลอกลวงให้ผู้คนลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ พร้อมสัญญาผลตอบแทนสูงถึง 10-15% ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม เงินที่ได้ส่วนใหญ่ถูกใช้สร้างภาพความร่ำรวยแทนที่จะนำไปลงทุนจริง ทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาทจากผู้เสียหายหลายพันคน    

แชร์ยูฟัน “ยูโทเคน”


คดี “แชร์ยูฟัน” เกิดขึ้นในปี 2558 โดยบริษัท “ยูฟันสโตร์” ซึ่งอ้างว่าทำธุรกิจขายตรง แต่จริง ๆ แล้วมีการสร้างเงินดิจิทัลที่เรียกว่า “ยูโทเคน” เพื่อหลอกลวงประชาชนเข้าร่วมลงทุนผ่านระบบแชร์ลูกโซ่ มีผู้เสียหายกว่า 120,000 ราย และมูลค่าความเสียหายสูงถึง 38,000 ล้านบาท การหลอกลวงเกิดจากการชักชวนให้คนร่วมลงทุนในสินค้าต่าง ๆ พร้อมสัญญาผลตอบแทนสูง แต่เงินที่ได้ถูกนำไปจ่ายให้สมาชิกเก่าตามลักษณะของแชร์ลูกโซ่


ศาลพิพากษาให้จำคุกผู้บริหารสูงสุดถึง 50 ปี (ตามกฎหมายจำกัดสูงสุด) และจำคุกสมาชิกเครือข่ายอื่น ๆ รวม 32 ราย โดยมีคำสั่งให้ชดใช้เงินคืนผู้เสียหายประมาณ 356 ล้านบาท ทั้งนี้ คดีถูกยกฟ้องบางราย แต่ศาลฎีกายืนยันบทลงโทษต่อจำเลยหลักในข้อหาฉ้อโกงและอาชญากรรมข้ามชาติ    .


ลักษณะการดำเนินธุรกิจของยูฟัน

ธุรกิจของ “ยูฟัน” แสดงออกมาในรูปแบบบริษัทขายตรง แต่มีการดำเนินการในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ โดยออกสกุลเงินดิจิทัลที่เรียกว่า “ยูโทเคน” ซึ่งไม่ได้รับการอนุญาตตามกฎหมาย การหลอกลวงเกิดขึ้นจากการชักชวนให้ประชาชนลงทุนในยูโทเคนผ่านการซื้อสินค้าและบริการ พร้อมสัญญาผลตอบแทนสูงถึง 10-20% ต่อเดือน โดยย้ำว่ายูโทเคนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกับการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี


ธุรกิจนี้ใช้การสร้างเครือข่ายแม่ข่ายและลูกข่าย ที่เน้นการชักชวนคนเข้าร่วมเครือข่ายมากกว่าการขายสินค้าโดยตรง เมื่อมีสมาชิกใหม่เงินที่ได้มาจะนำไปจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกเก่า ลักษณะการดำเนินการนี้ทำให้ยูฟันถูกจัดว่าเป็นแชร์ลูกโซ่และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยธุรกิจดังกล่าวสร้างความเสียหายมากกว่า 38,000 ล้านบาท และมีผู้เสียหายมากกว่า 120,000 ราย    .


ศาลอาญาพิพากษาลงโทษคดีแชร์ยูฟัน โดยจำเลยที่เกี่ยวข้องถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม:

1. กลุ่มแม่ข่ายหลัก: จำเลยหลัก 7 ราย ถูกตัดสินจำคุกคนละ 50 ปี (สูงสุดตามกฎหมายจำกัด) โดยมีข้อหาฉ้อโกงประชาชนและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน

2. กลุ่มผู้ร่วมกระทำผิด: อีก 15 ราย ถูกจำคุกคนละ 20 ปี

3. กลุ่มอื่นๆ: มีผู้ต้องหาอีก 32 ราย ศาลพิพากษาให้จำคุกคนละ 20 ปีเช่นกัน แต่บางรายได้รับการยกฟ้องในชั้นศาลอุทธรณ์และฎีกา   .


ศาลยังสั่งให้ชดใช้เงินคืนผู้เสียหายรวมกว่า 356 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย โดยมูลค่าความเสียหายในคดีนี้สูงถึง 38,000 ล้านบาท   .

แชร์แม่มณี “นางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช”

 


คดี “แชร์แม่มณี” หรือแชร์ลูกโซ่ที่ดำเนินการโดยนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช (เดียร์) เกิดขึ้นในปี 2562 โดยเริ่มจากการชักชวนประชาชนฝากเงินออมกับ “บัญชีแม่มณี” โดยเสนอผลตอบแทนสูงถึง 93% ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้มีผู้เสียหายมากกว่า 2,500 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท ระยะแรก ผู้ลงทุนได้รับเงินปันผลจริง แต่เมื่อเงินทุนจากนักลงทุนใหม่หมดลง ทำให้ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ตามที่สัญญาไว้

ศาลตัดสินจำคุกนางสาววันทนีย์และผู้สมรู้ร่วมคิดรวม 12,640 ปี แต่ตามกฎหมายไทย โทษสูงสุดคือจำคุก 20 ปี อย่างไรก็ตาม มีการยึดทรัพย์สินเพื่อชดเชยความเสียหายบางส่วนด้วย    .

นางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือที่รู้จักในชื่อ “เดียร์ แม่มณี” เป็นเน็ตไอดอลและนักธุรกิจหญิงชาวไทยที่กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในปี 2562 จากการจัดการแชร์ลูกโซ่ในนาม “แชร์แม่มณี” เธอใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการชักชวนประชาชนให้มาร่วมออมเงิน โดยเสนอผลตอบแทนสูงถึง 93% ซึ่งดึงดูดผู้ลงทุนจำนวนมากจากทั่วประเทศ


ก่อนเกิดคดีนี้ วันทนีย์เคยมีภาพลักษณ์เป็นผู้จัดละคร รายการโทรทัศน์ และธุรกิจเครื่องสำอาง โดยเธอพยายามสร้างภาพว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2562 เธอถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชน มีผู้เสียหายมากกว่า 2,500 ราย และมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,300 ล้านบาท ศาลตัดสินให้เธอรับโทษจำคุก 12,640 ปี แต่จำกัดการจำคุกสูงสุดเพียง 20 ปี ตามกฎหมายไทย    .

แชร์แม่ชม้อย ”นางชม้อย ทิพย์โส“

 


คดีแชร์แม่ชม้อยเป็นหนึ่งในคดีแชร์ลูกโซ่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกิดขึ้นในช่วงปี 2525-2528 โดยนางชม้อย ทิพย์โส ได้ก่อตั้งบริษัทน้ำมันปลอมขึ้นมา หลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนซื้อน้ำมันผ่านแชร์ลูกโซ่ อ้างผลตอบแทนสูงถึง 6.5% ต่อเดือน ทำให้มีผู้เข้าร่วมลงทุนกว่า 13,000 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท ในเวลานั้น ซึ่งเมื่อนำมาปรับตามเงินเฟ้อในปัจจุบัน มูลค่าความเสียหายจะสูงถึงประมาณ 11,000 ล้านบาท


การฉ้อโกงเริ่มต้นจากการจ่ายผลตอบแทนตรงเวลาในช่วงแรก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่สุดท้ายไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนตามสัญญาได้ จนเกิดการร้องเรียนและนำไปสู่การจับกุมในปี 2528 คดีนี้กลายเป็นคดีที่มีการตัดสินจำคุกยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย โดยนางชม้อยถูกตัดสินโทษจำคุกกว่า 154,005 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อกฎหมายจำกัดโทษสูงสุดที่จำคุกไม่เกิน 20 ปี เธอจึงต้องโทษจำคุกเพียง 20 ปีเท่านั้น     .


นางชม้อย ทิพย์โส ถูกตัดสินจำคุกถึง 154,005 ปี ในคดีแชร์ลูกโซ่ ‘แชร์แม่ชม้อย’ แต่ตามกฎหมายไทย กำหนดโทษจำคุกสูงสุดเพียง 20 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นางชม้อยได้รับการลดโทษสองครั้งเนื่องจากเป็นนักโทษชั้นดี ทำให้เธอถูกจำคุกจริงเป็นเวลา 7 ปี 11 เดือน และพ้นโทษในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2536 หลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ    .

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2567

5Fs Soft Power ของประเทศไทย



“5F ของ Soft Power สำหรับประเทศไทย เป็นแนวทางในการเน้นและส่งเสริมจุดแข็งทางวัฒนธรรมของประเทศในเวทีระดับโลก โดยประกอบไปด้วย:


1. ภาพยนตร์ – อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเติบโตอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลิตภาพยนตร์และผู้กำกับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ภาพยนตร์อย่าง องค์บาก และ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ช่วยนำความสนใจมาสู่การเล่าเรื่องและภาพยนตร์ไทย

2. อาหาร – อาหารไทยมีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีเมนูอย่าง ผัดไทย ต้มยำกุ้ง และ แกงเขียวหวาน ที่เป็นที่โปรดปรานทั่วโลก อาหารไทยมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของไทยในต่างประเทศ

3. แฟชั่น – ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีชีวิตชีวา ผสมผสานงานฝีมือดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบสมัยใหม่ นักออกแบบและสิ่งทอของไทยกำลังได้รับความสนใจในระดับนานาชาติมากขึ้น ซึ่งส่งเสริมอิทธิพลทางวัฒนธรรมของไทย

4. การต่อสู้ – มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่ของประเทศไทย ได้รับการยอมรับและเฉลิมฉลองในระดับโลก มวยไทยไม่เพียงแต่เป็นกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นวัฒนธรรมที่แสดงถึงมรดกและระเบียบวินัยของไทย

5. เทศกาล – เทศกาลไทย เช่น สงกรานต์ (เทศกาลปีใหม่ไทย) และ ลอยกระทง (เทศกาลลอยกระทง) ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทุกปี ส่งเสริมความงดงามและความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย

ทั้งห้าสิ่งนี้ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมและค่านิยมของประเทศไทย มีส่วนในการสร้างภาพลักษณ์และอิทธิพลของประเทศในเวทีโลก”

The “5Fs of Soft Power

 


The “5Fs of Soft Power” for Thailand are a way to highlight and promote the country’s cultural strengths on a global stage. Here’s a breakdown:


1. Film – Thai cinema has grown significantly in recent years, producing internationally recognized films and directors. Movies like Ong Bak and Shutter helped bring attention to Thai storytelling and cinema.

2. Food – Thai cuisine is renowned globally, with dishes like Pad Thai, Tom Yum Goong, and Green Curry being favorites worldwide. Thai food plays a major role in representing the country’s culture and identity abroad.

3. Fashion – Thailand has a vibrant fashion industry that blends traditional craftsmanship with modern design. Thai designers and textiles are gaining more attention internationally, contributing to Thailand’s cultural influence.

4. Fight – Muay Thai, the ancient martial art of Thailand, is globally recognized and celebrated. It’s not only a sport but also a cultural practice that showcases Thailand’s heritage and discipline.

5. Festival – Thai festivals, like Songkran (Thai New Year water festival) and Loy Krathong (the floating lantern festival), attract millions of tourists every year, promoting the beauty and uniqueness of Thai culture.


These five elements help promote Thailand’s culture and values, contributing to its image and influence on the world stage.